นวัตกรรมใหม่! ตรวจลมยางด้วย Application

เบื่อไหมกับการตรวจเช็คลมยางก่อนเดินทาง หรือต้องมือเปื้อน ตอนนี้เทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากมายในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางก็ต้องถาม App ต้องการหาร้านอาหารก็ต้องถาม App ต้องการแต่งหน้าก็ถาม App ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะต้องพึ่งพาระบบ Electronic กันไปซะหมด และไม่พ้นเรื่องการบริการรถยนต์ ก็ต้องใช้ App ครับ เพื่อให้ In Trend ตามกระแสให้ทัน ส่วนระบบการทำงานจะเป็นอย่างไรนั้นเราจะมาดูกันในย่อหน้าถัดไปครับ รับรองว่าอ่านจบ อาจจะวิ่งไปหาเจ้าชุดอุปกรณ์ตัวนี้มาติดตั้งเลยก็เป็นได้ ว่าแล้วเราก็มาดูด้านในกันดีกว่า

โปรเจคนี้เป็นของเว็บ Indiegogo ที่มีชื่อว่า FOBO Tire มันก็คือเครื่องมือวัดแรงดันลมยางโดยใช้ระบบบลูทูธตัวแรกของโลก โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบลมยางได้ทันทีผ่านสมาร์ทโฟน เพียงแค่เปิด App ขึ้นมาดูเท่านั้น FOBO Tire ประกอบไปด้วย Sensor ที่อยู่ในรูปจุกปิดยาง, Application บน iOS/แอนดรอยด์ และจอแสดงข้อมูลในรถยนต์ (สำหรับใช้ชั่วคราวในกรณีที่ไม่สามารถใช้มือถือได้) การติดตั้งง่ายมากๆ ครับ เพียงนำ Sensor ไปติดแทนจุกลมเดิม จากนั้นก็เปิด Application ขึ้นมาทำการเชื่อมต่อกับ Sensor เป็นอันเสร็จ บลูทูธที่ใช้เป็น Version 4.0 ใช้แบตเตอรี่แบบกระดุมทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 2 ปี สามารถใช้เชื่อมต่อรถยนต์ได้สูงสุด 20 คัน ส่งข้อมูลไปให้เพื่อนสนิทได้อีก 100 คน Sensor แต่ละตัวจะเชื่อมต่อกับบัญชีผู้ใช้ของ FOBO บนระบบ cloud ดังนั้นไม่ต้องกลัวหาย หรือเข้าบัญชีไม่ได้ นอกจากนั้น ตัว Application เองมีระบบตรวจจับ รายงานทันทีเมื่อ Sensor หายหรือถูกขโมย รวมถึงแจ้งรอยแตกรอยร้าวของตัวมันเองด้วย

โคตรล้ำ! ตะเกียบวัดคุณภาพน้ำมัน

อาหารการกินนับได้ว่าเป็นอะไรที่สำคัญกับร่างกายของคนเราอยู่แล้ว แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารที่คุณกินนั้นมีคุณภาพ และถูกหลักโภชนาการหรือไม่ ยิ่งเป็นอาหารประเภททอดกรอบ ทอดน้ำมันด้วยแล้ว ถึงจะมีการกำหนดให้ใช้น้ำมันแค่ 2 ครั้ง แต่ด้วยความต้องการลดต้นทุนในการผลิตผู้ทอดจำเป็นต้องใช้น้ำมันมากกว่า 2 ครั้ง หรือจนกว่าจะดำนั่นแหละ (สำหรับบางเจ้านะ) แล้วเราก็ไม่ได้เห็นตอนที่เขาทอดซะด้วย แต่ตอนนี้เราไม่ต้องกังวลอีกต่อไปครับ เพราะว่าเรามีตะเกียบวิเศษ ที่ได้รับการปลุกเสกจาก อาจารย์หมู กันไป สามารถตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันได้ เรามาอ่านของจริงดีกว่าครับ

Baidu ประกาศเปิดตัวตะเกียบไฮเทค สามารถตรวจจับ gutter oil ได้ แล้วเจ้า gutter oil คืออะไร มันคือ น้ำมันจากท่อระบายน้ำ จริงครับอ่านไม่ผิดครับ ร้านค้าข้างทางจะตักเอาน้ำจากท่อระบายน้ำที่มีทั้งสิ่งสกปรก คราบไขมัน น้ำ และอะไรต่อมิอะไรมา จากนั้นทำการต้มและปล่อยให้เย็นตัว ชั้นไขมันจะแยกตัวออกมาจากน้ำ แล้วเค้าก็เอาน้ำมันตัวนั้นแหละมาทำอาหารให้เรากินการทำเช่นนี้เป็นการลดต้นทุนการผลิตที่แย่มากครับ และไม่คิดว่าจะทำกันด้วย ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้ทำให้น้ำมันสะอาดปลอดเชื้อโรคแบบ 100% จึงมีการสร้างตะเกียบชื่อว่า Baidu Kuaisou มันสามารถตรวจจับน้ำมันที่มีการปนเปื้อนสิ่งสกปรกได้ โดยจะมีหลอดไฟ LED สีแดงและเขียวไว้บอกสถานะอย่างเข้าใจง่าย

และยังมีอุปกรณ์ที่ใช้คู่กันได้อย่าง Vessyl smart cup ภายในบรรจุเซนเซอร์ต่างๆ เอาไว้วัดคุณภาพของน้ำมัน, อุณหภูมิ, ค่า PH แสดงความเป็นกรด/ด่าง, วัดปริมาณแคลอรี่ของอาหารซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปยังแอปบนสมาร์ทโฟน

Samsung จิก Apple อีกแล้ว

หลังจากที่ไม่นานมานี้ผมได้ทำการโพสข้อความเกี่ยวกับ การล้อเล่นแบบแสบๆ คันๆ ของทางบริษัท Samsung ที่ออกโฆษณาแนวเหน็บแนมทางฝั่งของ Apple ในเรื่องของแบตเตอรี่ที่หมดเร็ว คราวนี้ พี่ซัมก็จิกกัด Apple อีกเช่นเคยครับ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นตอนนี้ผมยังไม่บอกครับ รับรองว่าถ้าได้รู้แล้วละก็จะรู้สึกหมันไส้เจ้า Samsung กันเลยทีเดียว และนี่ก็เป็นยุทธศาสตร์ทางการตลาดของค่าย Samsung อีกอย่างหนึ่ง ที่เล่นสงครามจิตวิทยากัน เราลองเข้ามาอ่านรายละเอียดกันดีกว่าครับ เผื่อนักการตลาดคนไหนที่มีไอเดีย อาจนำไปต่อยอดแนวทางการจิกกัดแบบนี้บ้าง เอ้าเพื่อนๆ ไปกันเลย

สายข่าวรายงานว่า ทาง Samsung ได้ทวิตข้อความแนวเหน็บแนมแบบแสบๆ คันๆ หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ไปเมื่อไม่นานมานี้เอง ด้วยการส่งข้อความว่า No one is going to buy a big phone guess who surprised themselves and changed their minds (ไม่มีใครซื้อมือถือจอใหญ่หรอก แล้วใครกันนะที่เซอร์ไพร์สและเปลี่ยนความคิดพวกเขา) ซึ่งเคยเป็นคำพูดของลุง Steve Jobs ที่เคยออกมาพูดตอนเปิดตัว iPhone 4 ว่าไม่มีใครซื้อมือถือจอใหญ่หรอก มือถือที่ดีนั้นควรใช้งานมือเดียวได้อย่างสะดวก และนี่ก็เป็นการนำเอาวลีเก่าๆ ของเจ้าพ่อ iPhone มาใช้ทำการตลาด ก็นับได้ว่าเป็นไอเดียที่ดี สำหรับฝ่ายการตลาด หากต้องการจิกกัดคู่แข่งเล็กน้อย

สำหรับท่านที่อยากรู้รายละเอียดของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus สามารถหาอ่านได้ตาม Google นะครับ มีเยอะแยะเต็มไปหมด ราคาขอบอกว่าโคตรแพงครับ ผมไม่มีปัญญาซื้อเลย 7x,xxx บาท อะ มีตังค์ก็จัดไป

ทะลุเป้า! แอฟริกาใช้ Facebook มากถึง 100 ล้านคนต่อเดือน

คงปฎิเสธกันไม่ได้นะครับว่าทุกวันนี้การติดต่อสื่อสารผ่านทาง Internet นั้นมีความสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงิน การพูดคุยสนุกสนาน หรือบางท่านอาจใช้ในธุรกิจติดต่อประสานงานกับลูกค้าแบบเป็นจริงเป็นจังกันเลยก็มี และ Facebook ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่มีความสำคัญครับ แต่ใครบ้างจะรู้ว่าประเทศแอฟริกาที่เป็นประเทศที่กำลังเติบโตนั้น มีอัตราการเข้าเว็บไซต์ Facebook มากมายถึง 100 ล้านคน/เดือน เลยนะ เอ้าให้ตายสิโรบิ้น เรามาตามติดกระแสความแรงของข่าวนี้กันดีกว่าครับ ว่าเค้าแรงจริง สุดยอดจริง มากมายขนาดนี้ ไม่สนใจไม่ได้แล้ว

จากรายงานกล่าวว่า Facebook ประกาศความสำเร็จในไตรมาสที่ 2 พ.ศ. 2557 โดยทั่วทั้งทวีปแอฟริกามีผู้เข้าใช้งาน Facebook มากถึง 100 ล้านคน/เดือน หรือคิดเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของผู้ที่เข้า Internet ในทวีปแอฟริกาซึ่งมี จำนวนทั้งหมด 200 ล้านคน และมากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ใช้งาน Facebook เข้าใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือในทุกๆ เดือน จากตัวเลขพวกนี้ทำให้เราได้รู้ว่าประชากรในประเทศที่มีการเติบโตสูงต้องการเชื่อมต่อกับทั่วโลก และโทรศัพท์มือถือก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตอบสนองความต้องการของคนเหล่านี้ได้ดีทีเดียว

ก็นับได้ว่าเป็นข่าวที่ดีสำหรับทาง Facebook เอง ที่มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น และมันก็ยังสะท้อนให้เห็นการเจริญเติบโตในระดับมหภาคได้ด้วยเช่นกันครับ ใครที่มีฐานลูกค้าอยู่ที่ แอฟริกา คงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ทางการค้าใหม่ได้แล้วครับ เพราะปริมาณความต้องการการใช้งานของเขาเหล่านั้นมากมายเหลือเกิน แล้วพบกันใหม่กับข่าวในวงการไอที ดีๆ กันครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

Laser Keyboard ไม่มีปุ่มก็พิมพ์ได้นะ

ใครที่เคยดูหนังแนว Sci-fi คงเคยได้เห็นการพิมพ์หรือสั่งงานผ่านทางหน้าจอแบบล่องหน หรือไม่เห็นหน้าจอ หรือแม้กระทั่งการพิมพ์บริเวณโต๊ะเปล่าๆ ไม่มีการติด Sensor อะไร เพียงแต่เปิดเครื่อง ตัวแป้นพิมพ์เรืองแสงก็จะโผล่ขึ้นมาให้เราเห็น และท่านรู้หรือไม่ว่า จินตนาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงแล้ว เพราะนวัตกรรมล่าสุด เทคโนโลยีสุดล้ำสมัยนั่นเอง เราไม่จำเป็นต้องมีตัว Keyboard เพียงแต่มีลำแสง Laser ยิงภาพแป้นพิมพ์ Keyboard เท่านั้น ก็สามารถพิมพ์งานในทุกพื้นผิวได้ เรียกได้ว่าสุดๆ จริงๆ ครับ รายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น ตามผมเข้ามาอ่านรายละเอียดด้านในกันดีกว่าครับ

เจ้า Keyboard ตัวนี้มีชื่อว่า Magic Cube Projection Keyboard and Multi-Touch Mouse ลักษณะของมันคือจะมีตัวฉายภาพ (เหมือนการฉายภาพผ่านโปรเจคเตอร์นั่นแหละครับ) ทำการฉายภาพแป้นพิมพ์ Keyboard ลงบนพื้นผิวเรียบ และเมื่อเราทำการพิมพ์ไปบนภาพแป้นพิมพ์ Keyboard ที่ถูกฉายนั้น ตัว Sensor ของตัวฉายภาพจะตรวจจับตำแหน่งของตัวอักษรที่เราพิมพ์ลงไปนั่นเองครับ โดยมันสามารถทำการเชื่อมต่อกับ Smart Phone ได้ โดยใช้สัญญาณ Bluetooth คราวนี้เราก็สามารถพิมพ์ข้อความบนมือถือได้อย่างรวดเร็วแล้วละครับ ง่ายจัง ตัวฉายภาพแป้นพิมพ์นั้นมีขนาดที่เล็ก สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก พลังงานก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ข้อเสียคือมันรองรับแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ และหากเจอสถานที่ที่แสงจ้า แสงจัด มันจะมองไม่เห็นภาพที่ฉายลงมาที่พื้นผิวครับ เวลาพิมพ์ไม่สามารถพิมพ์แบบสัมผัสได้ ต้องจิ้มเน้นๆ ครับถึงจะสามารถส่งสัญญาณไปให้ Sensor ได้อย่างชัดเจน ก็นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีประโยชน์และน่าใช้ อีกหน่อยคงไม่มีแล้วครับ Keyboard

รหัสผ่านแบบอัจฉริยะ คุณเท่านั้นที่รู้

หลายท่านคงเคยประสบกับปัญหาการจำรหัสผ่านไม่ได้ หรือว่าหากตั้งรหัสผ่านแบบง่ายๆ แล้วก็กลัวโดนขโมย วันนี้ทางสายข่าวของเราได้ไปทำความรู้จักกับเจ้ารหัสผ่านอัจฉริยะแบบใหม่ซึ่งไม่สามารถเดาได้ จะแฮคก็ยากอยู่ถ้าไม่ไปยืนดูเจ้าของใส่รหัส และเรื่องการจดจำก็แสนจะง่ายดาย ว่าแล้วทุกท่านอาจจะต้องการรู้เรื่องราวของเจ้าตัวนี้กันแล้วใช่ไหมละครับ ไม่ต้องกังวลครับ ยังไงก็ได้รู้กันวันนี้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ผมยังไม่บอกครับ ให้ทุกท่านติดตามอ่านในย่อหน้าต่อไปกันก่อน รับรองว่าจะต้องชอบกันอย่างแน่นนอน และจะติดใจ เพราะมันสามารถเล่นได้อย่างเพลิดเพลินด้วยนะเอ้า

เจ้ารหัสผ่านตัวนี้จะเรียกว่าเป็นระหัสผ่านแบบ Manual ก็ว่าได้ครับ เพราะมันต้องใช้การบิดๆ หมุนๆ ของเจ้าตัวที่คล้ายกับคิวบิกนั่นเอง ข้อดีของมันก็คือคุณไม่ต้องพิมพ์รหัส หรือว่าคิดรหัสให้วุ่นวายครับ เพราะจำลักษณะการบิดของตัวคิวบิกนี้ได้ ก็เป็นอันจบข่าว เจ้าตัวนี้มีชื่อเรียกว่า Twist ID มันถูกออกแบบโดย Juliette Neveu นักออกแบบดิจิตอลที่นำแนวคิดของตัวต่อมาใช้แทนรหัสผ่าน คุณสามารถบิดๆ หมุนๆ ปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ตามต้องการ ซึ่งการตั้งค่าหนึ่งรูปทรงก็เท่ากับหนึ่งรหัสผ่าน Twist ID หนึ่งตัวสามารถเก็บรหัสผ่านได้มากกว่าหนึ่งรหัสผ่าน การเริ่มต้นใช้งานคุณต้องทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ตัวนี้กับบัญชีผู้ใช้งานของคุณก่อน Twist ID จะเชื่อมต่อกับบัญชีผู้ใช้ด้วยการบิดหมุน โดยแต่ละด้านของบล็อก Twist ID จะติดตั้ง Bluetooth Sensor ผิวของมันจะจดจำเวลาสัมผัสกับผิวของบล็อกอื่นที่เราตั้งค่ารูปทรงเป็นรหัสผ่านไว้

Technology ที่น่าสนใจในปี 2014

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวไอทีทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับหวังว่าทุกท่านจะสบายดีนะครับ ในยุคแห่งการติดต่อสื่อสารปัจจุบันนี้เองหลายต่อหลายคนได้ใช้ และได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ไม่เคยได้รู้จัก ก็หันมาทำความเข้าใจและใช้กันมากขึ้น เพราะเมื่อโลกเปลี่ยน เราในฐานะประชากรโลก ก็ควรจะเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับบทความนี้เราจะมาดูกันว่าเทคโนโลยีในปี 2014 ที่มาแรงนั้นมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง และเทคโนโลยีเหล่านี้มันจำเป็นและสำคัญกับการดำเนินชีวิตของเรามากน้อยแค่ไหน ตามมาดูกัน

อันดับแรกที่เราจะพูดถึงก็คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอย แต่ยุคนี้ต้องใช่จ่ายผ่านมือถือเท่านั้นครับถึงจะอินเทรนด์ เนื่องจากมันช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้จ่ายอย่างมาก ชอบอะไร แบบไหน ก็แค่หยิบใส่ตะกร้า และโอนเงินผ่านทางมือถือได้ทันที สะดวก รวดเร็ว
อันดับที่สองคืออุปกรณ์สวมใส่ Hi Tech ตัวอย่างเช่น Google Glass แว่นตาอัจฉริยะ หรือ แม้กระทั้งนาฬิกาที่นอกจากจะบอกเวลาได้แล้ว ยังเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเช่น การระบุตำแหน่งที่อยู่, สามารถตรวจวัดปริมาณการเผาผลาญแคลอรี่ และฟังก์ชั่นที่น่าสนใจอีกมากมาย

อันดับที่สามคือ Tablet เพื่อการเรียนรู้นั่นเองครับ ยุคนี้หาเด็กที่จับคอมฯ หรือเล่นคอมฯ ไม่เป็นคงไม่มีครับ ในด้านดีก็คือสามารถเปิดโลกการเรียนรู้ของเด็กได้มากขึ้น มีพัฒนาการที่กว้างมากขึ้น แต่หากใช้ผิดก็เป็นผลเสียได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่มาแรงอีกหลายตัวครับ คงเล่ากันไม่หมดเลยในบทความเดียว อย่างไรก็ขอให้ใช้มันให้เกิดประโยชน์อย่าให้เราตกเป็นทาสของมันก็แล้วกัน

ผลิตกระแสไฟฟ้าจากเหงื่อ ทำได้จริง

สำหรับท่านที่ชอบการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ คงได้มีเฮกันยกใหญ่ครับ เพราะตอนนี้มีคนเค้าคิดค้นสิ่งที่สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าจากเหงื่อได้แล้ว ในยุคปัจจุบันความเร่งรีบ และการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้คนเรามีเวลาออกกำลังกายน้อยลง แต่ถึงแม้ว่าออกกำลังกายน้อยลง เราก็ยังมีเหงื่อออกมาอยู่ดี และจะเป็นการดียิ่งขึ้นหากเรานำเอาเหงื่อที่สูญเสียไประหว่างวันนั้นกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมจะพาทุกท่านไปพบกับสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุค ที่เมื่อคุณรู้แล้วคุณจะต้องอึ้งอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็ตามผมเข้ามาอ่านรายละเอียดด้านในกันได้เลยครับ ตามข้าพเจ้ามา

ทีมนักวิจัยจาก University of California ในซานดิเอโก้ นำโดย Joseph Wang เกิดไอเดียสุดแจ่ม เอาเหงื่อของคนเรามาผลิตไฟฟ้าให้อุปกรณ์ Electronic ขนาดเล็กเวลาที่คุณออกกำลังกายอยู่บนลู่วิ่ง ทางทีมวิจัยได้พัฒนา Sensor รอยสักแบบใช้ชั่วคราว สามารถตอบสนองกับ lactate (เป็นสิ่งที่เกิดจากทำกิจกรรมของร่างกาย ซึ่งพบในเหงื่อและกระแสเลือด) เจ้า Sensor ตัวนี้จะสกัด Electron ออกมาจาก lactate ให้มีจำนวนมากพอที่จะเกิดกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ทางทีมงานยังฝัง bio-battery เข้าไปยัง Sensor ตัวนี้เพื่อให้เก็บกระไฟฟ้าเอาไว้ใช้ได้อีกด้วย แต่ ณ เวลานี้ตัว Sensor ที่สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้นั้นยังสร้างได้เพียงไม่กี่ Micro Watt ซึ่งหมายความว่ายังไม่สามารถจะเอามาชาร์จมือถือ หรือ Tablet และอุปกรณ์ Electronic ใหญ่ได้ครับ แต่ในอนาคตหากทำการวิจัยต่อไป และสามารถสร้างไฟฟ้าจากเหงื่อได้มากขึ้น หรืออุปกรณ์ต่างๆ กินไฟน้อยลง เราอาจจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่สุดเจ๋งก็เป็นได้

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ แนว Sci-Fi

หากใครที่เป็นคอภาพยนตร์แนว Sci-Fi อยู่ละก็ คงเคยได้ชมเรื่อง Minority Report ที่นำแสดงโดย ทอม ครูส เป็นแน่ หนังเรื่องนี้เป็นการเปิดโลกแห่งจินตนาการให้กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยับเขยื้อนมือ กดนั่น ดึงนี่ ทำบนอากาศว่าเปล่า ดูเหมือนว่าจะมีเคล้าโคลงความเป็นจริงขึ้นมาได้แล้ว เพราะเค้ามีคนผลิตอุปกรณ์สวมใส่ร่างกาย และควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้ผ่านทางกิริยาท่าทาง การเคลื่อนที่ของอวัยวะต่างๆ ของคนได้แล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องติดตามอ่านกันต่อไปครับ รับรองว่าสุดยอดแห่งจินตนาการจริงๆ ว่าแล้วก็เข้ามาดูมาชมได้เลย

ทีมงานจาก APX Labs และ Thalmic Labs ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะร่วมมือกันวิจัย และพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ทั่วโลก โดยเค้าได้สร้าง ซอฟท์แวร์ Skylight และ Myo โดยตัว Skylight นั้นเคยโชว์ตัวมาแล้วที่ งาน Google I/O เมื่อปีก่อนด้วยเทคโนโลยีบนแว่น Moverio BT-100 ของ Epson ผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของศีรษะได้ ส่วนMyo นั่นเป็นสายรัดแขนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจับการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือและแขน แม้ว่าตอนนี้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ในอนาคตมันมาแน่ เพราะว่ามันใช้พลังงานต่ำ และมีความแม่นยำสูงจึงเป็นสาเหตุหลักที่นวัตกรรมนี้จะมาแรงอย่างแน่นอน และเมื่อเรานำเอาเทคโนโลยีของทั้ง 2 มารวมกัน เราก็จะสามารถสั่งงานระบบต่างๆ ด้วยมือ และศรีษะของเรา ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นเทคโนโลยี ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในยุคอนาคตอันใกล้นี้ ไม่แน่วันหนึ่ง เราอาจจะไม่เห็นหน้าจอคอมฯ และแป้น Keyboard อีกต่อไปแล้ว เพราะว่าทุกอย่างถูกสั่งงานบนอากาศทั้งหมด

แหวนไฮเทค โชว์ข้อความบนนิ้วแบบ Real Time

คงจะปฎิเสธกันไม่ได้ว่าตอนนี้เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของเราอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเดินทาง การเงิน การรับประทานอาหาร และอื่นๆ อีกมากมายแทบจะทุกขั้นตอนของการดำเนินชีวิตเลยก็ว่าได้ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราสวมใส่ ก็เริ่มมีการนำเอาเทคโนโลยี เข้ามาผูกเข้าไว้ด้วยกัน ตัวอย่างเช่นแหวนที่สามารถโชว์ข้อความ SMS ที่ส่งมาได้ หรือจะเป็นการเตือนว่ามี Email เข้า ก็สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนด้านรายละเอียดในเชิงลึกนั้น เราต้องมาติดตามกันต่อไปครับ แล้วท่านจะรู้ว่าความสะดวกสบายเริ่มเข้าใกล้เราจนมันแยกไม่ออกแล้วละครับ

จากสายข่าวของเรารายงานมาว่าตอนนี้มีคนได้คิดค้น ประดิษฐ์แหวน Electronic ที่สามารถแสดงข้อความ SMS แบบข้อความวิ่งให้เรารู้ได้แล้ว ชื่อของมันคือ Mota แหวนอัจฉริยะโดยมันจะดึงการแจ้งเตือนและข้อความบนมือถือ มาอ่านบนตัวแหวนได้เลย ทำให้รู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องควักมือถือขึ้นมาดู โดยมันจะสั่นเตือนให้รู้ก่อน จากนั้นจะโชว์ไอคอนและข้อความวิ่งบนตัวแหวน ซึ่งมันจะไปดึงข้อมูลมาจาก Smart Phone ทั้ง Android และ iOS ผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth ฟังก์ชั่นหลัก ตอนนี้คือ โชว์สายที่โทรเข้ามา, แสดงข้อความ SMS, แจ้งเตือน Email เข้า ในอนาคตจะรองรับ App Social อย่าง Uber และ Twitter ด้วย ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ที่โดดเด่นเช่น สามารถกันน้ำได้ และการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

Mota smart ring ตัวนี้เป็นตัวต้นแบบ สนนราคา $60 Version ถัดมาจะเปิดตัว มีนาคม 2016 ในราคา $150 และ คาดว่า Version สำหรับคนทั่วไปจะตามมาในอีก 9 เดือน ใครสนใจก็สามารถหามาลองได้ครับ

Next Page »